บล็อก Blog
บล็อก Blog บล็อก บลอก บล๊อก หาเพื่อน บล็อก Blog  
  Love Crazy Love Story blog ͡ ͡
หน้าแรก อัลบั้ม ปฏิทิน เพื่อน บล๊อกโปรด สมุดเยี่ยม
ค้นหา    แบบละเอียด
ประวัติเด็กบ้ารัก
สถานที่ ภูเก็ต,
ดูรายละเอียดประวัติ
กล่องภาพ
อัลบั้ม
เริ่ม หยุด Prev Next
แสดงเต็มหน้าจอ
ลิงค์ต่างๆ

Sanook
Sanook

Boommerman
แวะไปเยือนหน่อย

Crazydevilclub
กิจกรรมดีรอคอยสมาชิกอยู่น่ะ

เพื่อน


ยังไม่มีเพื่อน


ดูรายชื่อเพื่อน

ปฏิทิน
<October 2008>
SunMonTueWedThuFriSat
2829301234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930311
2345678
มุมเล็กๆของกล่องใบใหญ่
การรวบรวม
สถิติรวม
เขียนบล็อก (5)
คอมเมนท์ (3)


บรรจบมาอีกแล้วน่ะครับกับ Valentine Day

ขอให้คนที่มีความรักอยู่ ก็ขอให้รักกันนานๆๆน่ะครับ พึ่งพาอาศัยกันน่ะครับ

หนัดนิดเบาหน่อย ก็อภัยให้กันล่ะกัน

ช่วงนั้ไม่ว่าโลกเรา หรือประเทศเราก็ตั้องการให้คนรักันน่ะครับ

ใครที่ยังไม่มีคนรัก ก็ขอให้คิดว่า มีพ่อแม่พี่น้องญาตๆที่รักเราอยู่น่ะครับ

คิอะไร ทำอะไร คิดถึงพวกท่านนิดนึง และดูผลกระทบด้วยน่ะครับ

และอย่าลืมรักตัวเองมากๆๆๆครับ

Friend's Birthday

นอกจากจะเป็นวันแห่งความรักแล้วยังเป็นวันเกิดขอใครอีกหลาย ๆคนด้วยน่ะเนี่ย

อย่างผมก้มีเพื่อนที่เกิดวันนี้ด้วยเช่นกัน

เขาชื่อ วาว่า (เอิ้กๆๆ ชื่อน่ารักม่ะ)

นิสัยดีด้วย เพื่อนคนนี้ มีอะไรช่วยได้ช่วยเต็มที่เลยน่ะคนเนี่ย

อ๊ะ อวยพรให้ล่ะกานเพื่อน

ก็ไม่มีไรมากน่ะ ขอให้ตั้งใจเรียนน่ะ(เพราะรู้มาว่าผลการเรียนตก เอิ้กๆๆๆ)

ทำอะไรอย่าใจร้อนน่ะ เพื่อนๆ เป็นห่วง

มีความสุขกับทุกวันของชีวิตน่ะ

ไม่ว่าเราจะห่างกันแต่ยังไงมิตรภาพของคำว่าเพื่อนจะไม่มีวันจาง จำไว้น่ะ วาว่า

รักน่ะ จุ๊บๆๆ

Happy Birthday จ้า

 





จากเด็กๆ ที่ทางบ้านเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์

(จะเป็นแบบว่า เลือกสรรตามแต่ใจ แต่ทำอะไรต้องคิดด้วยตัวเอง

แล้วทำไปแล้วไม่เกิดผลเสียกับคนอื่นหรือแม้แต่ตัวเอง ประมาณนั้นมั้ง)

ตั้งแต่อนุบาล ตื่นนอน ก็พบว่าตัวเอง อยู่กะพี่สาว และก็ก็ชุดนักเรียนที่แม่เตรียมไว้ไว้

เราก้อวิ่งไปอาบน้ำเสร็จสับก็กลับมาใสเสื้อผ้าด้วยตัวเอง และก็วิ่งไปที่บ้านของลุง

เพื่อรอเวลาที่ลุกจะไปส่งที่โรงเรียน เป็นแบบเนี่ยทุกวัน

ตอนชั้นอนุบาลสอง เทอมสองก็มีพ่อเลี้ยง แกก็ไปส่ง แต่กลับกลับลูกพี่ลูกน้อง

การไปโรงเรียนตอนเช้า ก็เหมือนเดิมตื่นขึ้นมาก็ต้องแต่งตัวเอง

เป็นแบบนี้ไม่มีใครมาช่วยหยิบอะไรให้หรอก

(บางครอบครัว เขาช่วยกันเสร็จสับ บางครั้งยังป้อนข้าป้อนน้ำให้ด้วยซ้ำไป)

แต่ช่วงนี้ดีขึ้นหน่อยที่แม่อยู่บ้าน ให้ไหว้ก่อนไปโรงเรียนหน่อย

ประถมก้องั้น ๆเหมือนเดิมทุกปี ไม่ค่อยชอบเล่นกีฬา ไม่ค่อยชอบดื่มนม

บวชเณรตอนอยู่ประถมปี 4มั้งถ้าจำไม่ผิดอะน่ะ

มัธยม ก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

เรียน ๆ เล่น ๆ ตามประสาเด็กวัยกำลังโต เอิ้กๆๆๆ

ช่วงนี้ล่ะเริ่มออกกิจกรรม ทั้งลีดเดอร์ ทั้งเต้นตามงานทั้งโรงเรียนส่ง ทั้งส่งเอง

ทั้งในโรงเรียน นอกโรงเรียน ก็ชอบนี่นา เหมือนว่าเจอทางของตัวเอง

ทีมประจำจะมีอยู่ประมาณ 6 คนมั้ง ก็มี ปลา, จิ๊บ, มุ, หญิง, ปิ๊ก(ผู้ชายน่ะเนี่ย) แล้วก้อเรา

แล้วหลัง ๆสมาชิกก้อมีเปลี่ยนบ้างทั้งเพิ่มทั้งลด ที่เพิ่มก็มี บี,เต้ย,นุ่น,แป๋ม,โอ๋,เกตุ

พอเข้ามอปลายเลือกเรียนสายอาชีพ (ไม่รู้ว่ามานจะพลิกเปลี่ยนชีวิตของเรา)

ก้อเรียนไป เที่ยวไป เกรดก็ออกมาแบบผ่านพอดี เอิ้กๆๆๆ

ปีหนึ่งไม่ค่อยเท่าไหร่ ปีสองปีสาม เป็นลีดกีฬาสี(สี่ม่วงล่ะ เอิ้กๆๆ)

แล้วก็ได้ที่หนึ่ง ทั้งสองปี สนุกดี ชอบเต้นอยู่แล้ว

ปีสามฝึกงานเทอมสอง สนุกดีน่ะฝึกงานฝึกงานประมาณ 9 สัปดาห์เห็นจะได้

ออกเรือทัวร์ ประมาณ 3-4 อาทิตย์ ที่เหลืออยู่ออฟฟิศ ทั้งทำเอกสาร รับจองทัวร์

ทำรายงานส่งมั่วไปหมด แต่ก้เพลิน ทำไปทำมา หมดวาระฝึกงาน

กลับมาส่งงานที่โรงเรียน เฮ้อ ผ่านไปสักที

แต่อ้าวซวยเลยไม่ได้คิดว่าจะเรียนต่อไหนดี ไม่เอาอ่าไม่อยากต่อ ปวส.

ขอคิดก่อน แต่แล้วก้อ มีโทรศัพท์เรียกตัวให้ไปช่วยงานที่บริษัททัวร์ราฟติ้ง(Rafting)

ก้อไปดิได้เงินนี่ ไปทำก้อได้สองเดือนแล้วก็ออก

อ้าวทำงานเพลินไม่ได้คิดเรื่องเรียน เขาเรียนกันหมดแหละ

เฮ้อชีวิต ทำไมเป็นแบบนี้เนี่ย นั้นแหละเลือกมาก ออดเรียนเลยตู

(แอบน้อยใจตัวเองเหมือนกัน ที่ทางบ้านฐานะไม่ดีแถมที่บ้านแม่ กับพ่อเลี้ยงก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ด้วย

เลยจะให้แกส่งหรอเอิ้กๆๆ คงยากลำพังเลี้ยงปากท้องของบ้านยังไม่พอเลย)

คิดย้อนไปถ้าเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ก็อยากเรียน มอปลายน่ะ เลิกเรียนก็ทำงานพิเศษเอา

จะลดเรื่องเที่ยว ลดเรื่องใช้จ่ายไม่ดูฐานะบ้าง เพราะรู้ล่ะว่าเงินมันยากน่ะกว่าจะหามาได้แต่ล่ะบาท

คนที่เกิดบนกองเงินก็ดีไป แต่ถ้าใช่ไม่เป็นก็หมดได้เหมือนกันน่ะ(ผมคิด)

อออกจากบริษัททัวร์ ก็มาทำเซเว่น สนุกดี แต่ญาติโทรเรียกให้ลองมาทำที่โรงแรมที่เพิ่งเปิดที่หาดกะตะ

ก็คิดว่ามานจะดีอาน่ะ เอ่อคิดไปคิดมาหลายรอบเหมือนกัน เพราะที่เซเว่นก็เหลืออีกเดือนเดียว

จะได้ประเมินเพื่อที่จะเอาไปอบรมเป็นผู้ช่วยผู้จัดการร้านแล้ว ถึงจะผ่านไม่ผ่านก็น่าลุ้นอยู่

แต่อย่างว่า อยากลองดูนี่ว่าทำงานโรงแรมแล้วมันจะเป็นไง

ผลสุดท้าย ก็เลยตัดสินใจมาลองทำดู

ไม่สนุกเลย ถึงจะได้เจอผู้คนมากมาย ทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ และ ผู้ที่มาติดต่องานต่างๆ

ภาษาผมเหรอ เอิ้กๆๆ งูๆปลา เอาตัวรอดแหละน่า ไม่เก่งหรอก

ทำงานด้านไหนก็มีการแข่งขันกันทั้งนั้น ที่โรงแรมนี่ก็เหมือนกันมีการชิงดีชิงเด่น

นี่ขนาดโรงแรมเล็กๆน่ะ ไม่อยากเชื่อ

แต่ผมไม่สนอยู่แล้ว ที่อยู่ได้ตอนนี้ก็เพราะทำใจ ปล่อยไปไม่สนใจ ทำงานของเราให้ดีก็พอ

ไม่ต้องไปเลียขาเจ้านายก็ได้ดีได้ ไม่จำเป็นต้องหาพักพวก ไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อพระ

ไม่จำเป็นต้องทำตัวเด่น ไม่จำเป็นต้องได้รับคำชมเพราะคำชมอาจทำให้เราประมาท

และอาจทำผิดพลาดได้ในครั้งต่อไป คำติสิดีที่สุด ผมชอบกับคำติทุกสิ่งที่คนอื่นมีให้ผม

เอิ้กๆ ดูเป็นคนโรคจิตป่าว?

ตอนนี้ก็ทำงานไปเรื่อย ยังไม่แน่ใจว่าจะได้เรียนต่อดั่งที่ใจหวังหรือเปล่า

แต่ไม่เป็นไรไม่ต้องใส่ใจ การทำงานก็ดีไปอีกแบบ ได้มีประสบการณ์

การเรียนก็ดีไม่แพ้กัน แต่ประสบการณ์ก็ดีกว่า

หากโอกาสในการณ์ทำงานมารอแล้ว ก็ลองดู เพราะจะได้หาประสบการณ์

ไม่เสียหายนี่นาที่จะคว้าอะไรที่มันดีต่อตัวเอง

เรียนเมื่อไหร่ก็ไม่สายหรอก หากเรามีความมานะพยายามที่จะเรียน

ก็ไม่รู้น่ะว่าคนอื่นจะคิดยังไง

แต่สำหรับเราแล้ว อะไรไม่สำคัญเท่า แม่และครอบครัว ทำอะไรก็คิดถึงพวกเขาก่อนเสมอ

ไม่ว่าจะเรียน จะทำงาน มันกระทบพวกเขาป่าว ถ้าไม่กระทบให้พวกเขาเสียหายหรือเสียใจ ก็ทำ

ทำไม่ไหวก็เลิก ไม่ฝืนตัวเองหรอก แต่จะพยายามให้เต็มที่ก่อน

สุดท้ายนี้ก็ขอฝากอะไรนิดหน่อยล่ะกาน

กาลเวลาที่มันผ่านไปคือบทเรียนแห่งชีวิต

อนาคตคือเวลาที่จะแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด

จงเอาแต่สิ่งดีมาทำต่อ จงแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด

จงลืมสิ่งที่ไม่ดีต่อตัวเอง จงทำในสิ่งที่คิดว่าดีต่อตัวเองและคนอื่นไม่เดือดร้อน

จงมองทุกอย่างอย่างใช่สติ

จงคิดทุกอย่างก่อนที่จะทำ

จงพยายามก่อนที่จะล้มเลิก

ขอให้กำลังใจกลับมา หากคุณให้กำลังใจตัวเองเป็น

ขอให้สิ่งดีๆเกิดกับตัวพวกคุณทุกคน

ขอให้มีความสุขครับ

*****************

ไม่อยากได้อะไรเป็นของมีค่าจากใครทั้งนั้น

ขอความรัก ความห่วงใย ความจริงให้กันก็พอ

แม้มันจะดูน้อยนิดในสายตาของใครบางคน

แต่มันมีค่ามากในใจของใครหลายคน





   คำว่า "เพื่อน" หรือ "มิตรภาพ" ผมให้กับทุกคนที่ผมคิดว่าเขาคือ เพื่อน เพราะเพื่อนถ้าไม่รวมความสำญของแม่ออกไป เพื่อนก็มักจะมาก่อนตัวเองเสมอ ผมให้ความสัคัญกับเพื่อนทุกคน แคร์ด้วยความห่วงใยแบะรักเหมือนเขาเป็ฯสิ่งหนึ่งในชีวิต แต่ที่ผมได้รับจากเพื่อน ผมยังไม่เข้าใจเลยว่าผมเป็นเพื่อนเขาหรอ ? เราอยู่กลุ่มเดียวกันมั้ยท แต่ผมพยายามที่จะไม่คิดอะไรมากมาย เพราะภาพที่ผมแสดงออกมาในแต่ละวัน หรือเกราะที่ผมสร้างขึ้นมา คือ ผมเป็นคนร่าเริง สนุกสนาน เข้มแข็ง ไม่มีวันร้องไห้ง่าย ๆ หรือ น้อยใจให้ใครเห็น แต่ทุกครั้งที่เพื่อนทำห่างเหินหรือว่าจะทำหมางเมิน ผมจะกลับไปร้องไห้กับตัวเองทุกครั้ง ไม่ใช่ว่าเสียใจอะไรมากมาย แต่น้อยใจที่ว่าเรายังทำดีไม่พอหรอ? เรายังเป็นเพื่อไม่ดีหรอ? ยิ่งคิดผมก็ต้องยิ่งสร้างเกราะให้หนาขึ้น เพื่อที่จะทำให้ตัวเองเข็มแข็งขึ้น

  ในทุกครั้งที่เพื่อนมีปัญหา ผมคืออีกหนึงหนทางที่พวกเขาจะมาระบาย ซึ่งผมก็พยายามที่จะปลอบ ทั้งที่ในใจก็คิดว่า-เรื่องตูหรอ-แต่ก็อดสงสารเพื่อนไม่ได้เลย พยายามหาคำดี ๆ มาปลอบ ผมไม่เคยที่จะร้องไห้ให้เพื่อนเห็น แท่น้อยใจน่ะพอมีบ้าง เช่น ครั้งที่ผมเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของสี ซึ่งผมก็มีช่วงหนึ่งที่ซ้อมจนดึกถึง 2 วัน ผมก็บอกกับเพื่อนอีกคนไว้แล้วว่าผมจะไปนนอนค้างกับเขาด้วย แล้วเขาก็รับผากผมซะดิบดี แต่แล้วเมื่อผมซ้อมเสร็จ ผมก็โทรหาเขา

"ฮัลโล...อยู่ไหน"   (ไม่ขอออกชื่อน่ะ)

"เราอยู่บ้านพี่..."

"วันนี้เราไปนอนบ้าน...น่ะ"

วันนี้เรานอนบ้านพี..."

"หรอออ" ผมพูดลากเสียงนิดนึง แล้วก็ตัดสาใป

ครู่หนึ่งเขาก็มาหาผมพร้อมพาพี่จะเขาจะไปนอนด้วยมา ผมบอกกับเขาไปว่า "ไปเถอะไปนอนกับพี่เขาเถอะ เราไม่กวนหรอก เดี๋ยวเรากลับบ้านก็อได้" ผมพูดทั้งที่ในใจเจ็บจีดว่าทำไมไม่รักษาสัญญา

เมื่อเขาจากไป ก็มีเพื่อนผู้ชายอีกคนหนึ่ง เขามาถาม " ไปนอนกับเราก็ได้ " ตอนแรกผมก็ปฏิเสธ แต่ครั้นแล้วก็ต้องยอมไปนอนด้วยก็มันดึกนี่

หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ผมก็ไม่พูดด้วยกับเขา เขาพยายามที่จะพูดทัก มานั่งใกล้ ๆ แต่ผมก็คอยที่ผละตัวออกห่างตลอด ไม่ยิ้มไม่ คุย ไม่เลยแม้แต่อยากจะมองหน้า เพื่อที่เห็นเหตุการณ์ของสั้นนั้นก็เข้ามาถาม ว่ามีอะไรกันหรือเปล่า ผมก็ได้แต่ตอบกลับไปว่าเปล่า  ใครทำอะไรเอาไว้เขาคงรู้ตัวดีแหละ เหตุการณ์อึมขรึมขึ้นเรื่อย ๆ  จนเขาร้องไห้ออกมา ผมเห็นเป็นอย่างนั้นก็ได้แต่พูดกับตัวเอง "ร้องไห้หาห่าอะไรตัวเองทำผิดแท้ มาร้องหาอะไร หรือว่าจะให้ตูยอมรับผิดแล้วขอโทษเมิงหรอ คนที่จะต้องร้องไห้น่ะมันตู สัญญานิดหน่อยที่เมิงให้ไว้แค่นี้เมิงยังรักษามันไม่ได้เลย " แต่จนแล้วจนรอดผมก็ต้องเป้ฯฝ่ายยอม ที่ยอมน่ะเพราะเพื่อนคนอื่นเขาว่าผมไม่เคยเป็นแบบนี้ ผมก็ทนไม่ได้เลยบอกกลับไป

"คราวหน้าถ้ารักษาสัญญาไม่ได้ก็ไม่ต้องสัญญาอะไร ครั้งนี้เราจะให้อภัยก็ได้ แต่อย่าให้มีครั้งที่สองอีกน่ะ"

ผมกลับมาบ้านผมก็ต้องร้องไห้อีก ทุกครั้งที่ผมกลับบ้าน เกราะที่ผมสร้างเอาไว้มานก็หลุดลไปกองอยู่ที่พื้น นอสัยที่เป็ฯสันดรของผมก็เริ่มที่จะออกมา การปล่อยโฮกับน้ำตาให้ออกมาไม่หยุดมันอาจทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ถึงแม้ในใจเล็กของผมกับรู้สึกว่าตัวเองไม่เคยมีตัวตนบนโลกใบนี้เลย

ครั้นแวกลุ่มขอเราก็หอยหิ้วสังขารกันจนจบชั้น ปวช.3 ต่างคนจึงต่างแยกย้ายกันไปเรี่ยนตามที่ตัวเองหวัง แต่ผมต้องออกมาทำงานเพื่อเก็บเงินเรียนในปีถัดไป เพราทางบ้านผมฐานะทางการเงินไม่ค่อยดีนัก

ผมต้องห่างเพื่อน แต่ผมก็พยายามโทรหา และเข้าไปหาพวกเขาในเมืองบ้างกับเพื่อนที่อยู่จังหวัดเดียวกัน แต่ดูแล้วมันก็เป็นไปงั้น ๆ แหละ เพราะถึงยังไงผมห็แคร์เขาอยู่คนเดียว(แต่ไม่แสดงออกว่าน้อยใจที่เขาไม่แคร์ ผมยังคงยิ้มร่าเริงกับทุกสถานการณ์) ปัญหาเกือบทุกเรื่อง ที่เพื่อนปรึกษา ผมรับมันมาเกือบหมด แล้วกลับมาคิดมากนมันกลับมาทำร้ายผมเอง มันหนักอึ้งจนผมต้องเสียน้ำตาครั้งแล้วครั้งเล่า ผมแอบถามตัวเองอยู่บ่อย-พวกเขาจะร้องกับเรื่องของผมบ้างมั้ย-

จนแล้วจนรอดเทศกาลถือศีลกินผักก็มาถึง เพื่อที่เรียนต่างจังหวัดก็กลับมา เราจึงถือโอกาสไปทำงานที่อ้ามเพื่อที่จะได้เจอกันบ่อย ๆ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้สนุกและราบรื่นอย่างที่คิดเอาไว้เพราเหตุรักคุดก็มาเกิดเอาตอนช่วงนี้พอดีถึง 3 คู่ ผมรับรู้เรื่องทุกอย่างและเป้ฯที่ระบายอีกครั้ง แต่ผมก็ยิ้มรับมันทั้งที่ใจบอก-กูเจ็บน่ะ มันไม่รักเมิง เมิงจะคิดมากทำไม แม่เมิงก็มี พ่อเมิงก็มี ตูปวดที่พวกเมิงเห็นตูเป็นเพียงแค่ที่ระบาย-

จนคืนสุดท้ายก็มาเยือนเพื่อนอีกคนของผมเขาอารมไม่ดีมาก แต่ผมก็ผิดที่ไม่รู้จังหวะ เข้าไปขอโทรศัพท์มาโทร เพื่อที่จะเลื่อนเวลาทำงานให้ออกไปก่อนเพื่อที่จะได้อยู่กับพวกเขานานขึ้น(เห็นมั้ยว่าผมรักเพื่อน แคร์เพื่อนมาก) แต่สิ่งที่ผมได้คือเสียงตะคอกใส่

"เอาไป เอาไปโทรให้หมดเลย"

ผมอึ้งและตกใจ ว่าเราผิดหรอเนี่ย ผมก็รีบขอโทษ และคืนโทรศัพท์ให้เขา แต่เขไม่รับ จนมีสารเข้ามาเขารับไปพูดสายด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ "ไม่ว่าง" แล้ก็ตัดสายทิ้งไป ผมอึ้งและก็ขอตัวกลับบ้าน โดยมีพี่และเพื่อนอีกคนตามมา เพราะเราจะกลับทางเดียวกัน

เช้าวันรุ่งขึ้นผมมาหาพี่เขาที่ออฟฟิศ พี่เขาก็ทักว่าเป็ฯอะไรดูหน้าเศร้า ๆ แต่ผมก็ไม่ตอบอะไ เพราะไม่รู้ว่าจะตอบว่าอะไร แล้วเขาก็เงียบไปเมือผมไม่ตอบ ผมอยากจะทำว่าเรื่องเมื่อคืนมันเป็นแค่ฝัน แต่ผมก็แอบหวังเล็ก ๆ ไม่ได้ว่าขอแค่คำว่า-ขอโทษ-สักคำเดียวเองที่ผมต้องการ จากเพื่อนคนที่ตะคอกใส่ผมเมื่อคืน แต่ผมผมก็ไม่เคยได้ยินมันเลย จนมันเลยมาแล้วกว่า 2 เดือน ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเพื่อนเริ่มที่จะห่างไป เรื่อย ๆ ผมอยากไปหาเพื่อน ๆ แต่กลับต้องไปนั่งที่ร้านกาแฟที่มีพี่ที่ออฟฟิศทำเป็นงานนอก ผมยังคงรอวันที่จะได้คุยสนุกสนานเหมือนวันเก่า ๆที่เราเรียนด้วยกัน แต่มันคงเป็นแค่ฝัน เสียงโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาหาผมเพียงเพื่อจะบอกว่าคิดถึงไม่มีมาถึงผมเลยแม่สักครั้ง  ผมคงไม่สำคัญพอที่จะได้รับมันจากเพื่อนคนไหนเลย การที่ผมแคร์พวกเขา อาจทำให้พวกเขารำคาญผม ผมคิดไปร้องไห้ไป ทุกวันนี้เลยดูว่าเหงา เดียวดาย เพราะจะต้องห่างเพื่อนแล้วผมกลับต้องมาห่างจากแม่อีก ผมอยู่คนเดียวไม่มีคนคอยรับฟังปัญหา ทุกครั้งที่ผมอยากระบายผมจะนั่งร้องไห้คนเดียวในห้องเป็นประจำทุกครั้ง

ความรู้สึกเหงา และโดดเดี่ยวใครไม่ประสบคงไม่เข้าใจว่ามันเหงาน่ะแค่ไหน มันอ้างว้างน่ะเพียงใด

วันนี้ผมยังพอทนไหว แต่วันข้างหน้าถ้าผมทนไม่ไหว ผมอาจต้องหาหนทางที่จะไปให้พ้นโลกใบนี้เสียที

แต่ตอนนี้ผมเพียงแค่หวังวาจะมีเมสเสจจากเพื่อนเข้ามาข้างอะทิตย์ล่ะครั้งก็ยังดี ผมไม่กวังมากหรอก เพราะผมอยากแน่ใจว่า ผมยังมีเพื่อนอยู่ และผมยังเป็นคนคนหนึ่งที่ยินอยู่บนโลกในตำแหน่งที่คนอื่นมองเห็ฯ ไม่ใช่อยู่ในเหลือบรูที่ไม่มีใครรู้

                                                   -ขอบคุณที่มีคนผ่านเข้ามารับรู้ความรู้สึกของคนที่คุรไม่รู้จัก-





บทความจากหัวใจ

สงบสติระงับอารมณ์นั่งลงฟัง

     ฟังเสียงร้องของหัวใจที่ร่ำร้อง

      ร้องว่ารักรักเธอมากซะเหลือเกิน

      เกินกว่าจะบรรยายออกมาได้

      ได้หากใจสั่งอย่างนั้นฉันยอม

      ยอมที่จะกล้าบอกให้เธอได้รับรู้

      รู้ในสิ่งที่ฉันรู้สึกว่า ฉันรักเธอ 

-----------------------------------------------------------------------





1128189721.jpg

สวัสดีครับ

ยินดีต้อนรับเข้าสู่

Love Crazy Blog

คุณอาจไม่ได้สาระอะไรกลับไปเลยน่ะครับ

แต่เนื้อหาที่เรามีอาจเป็นนิยายสั้น กลอน รูปภาพ

ฝากด้วยน่ะครับ

มือใหม่อ่ะครับ




ดูบล็อกย้อนหลัง
กุมภาพันธ์ 2550 (2) | พฤศจิกายน 2549 (3) |